รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเข้าร่วมประชุมกรอบความร่วมมือของประเทศในลุ่มแม่น้ำโขง ณ นครหนานหนิง กว่างซี

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเข้าร่วมประชุมกรอบความร่วมมือของประเทศในลุ่มแม่น้ำโขง ณ นครหนานหนิง กว่างซี

วันที่นำเข้าข้อมูล 17 ธ.ค. 2555

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 5 พ.ย. 2562

| 2,212 view

เมื่อวันที่ 11-13 ธันวาคม 2555 นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้นำคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรีของประเทศกรอบความร่วมมือในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Sub-region - GMS) ครั้งที่ 18 ณ นครหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง สาธารณรัฐประชาชนจีน

องค์ประกอบคณะผู้แทนไทยในการประชุมครั้งนี้ ประกอบด้วยผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ ที่มีภารกิจเกี่ยวข้อง อาทิ สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ทั้งนี้ โดยนางจิตราภรณ์ อาภรณ์รัตน์ กงสุลใหญ่ ณ นครหนานหนิง ได้รับเชิญให้เข้าประชุมด้วย ในฐานะเจ้าของพื้นที่

การประชุมระดับรัฐมนตรีฯ เป็นกลไกการหารือประจำปีของ GMS เพื่อทบทวนการดำเนินการของประเทศสมาชิกตามแผนงานการพัฒนาของ GMS ตลอดจนหามาตรการใหม่ๆ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกัน โดยเฉพาะในด้านโครงสร้างพื้นฐานและการสร้างความเชื่อมโยง และการพัฒนาทรัพยากรบุคคล

การจัดลำดับความสำคัญของโครงการลงทุนสาธารณูปโภคและการจัดทำแผนการลงทุนในภูมิภาคเพื่อผลักดันแผนยุทธศาสตร์ 10 ปี ของ GMS (ค.ศ. 2012-2022) เป็นหัวข้อสำคัญของการประชุมในครั้งนี้

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีฯ ได้ใช้โอกาสนี้ แจ้งถึงแผนลงทุนของรัฐบาลในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทย รวมถึงการสร้างรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงกับประเทศ GMS อื่นๆ และการบริหารจัดการน้ำ รวมถึงโครงการพัฒนาที่เชื่อมโยงกับท่าเรือทวายในเมียนมาร์ พร้อมทั้งเชิญชวนให้ฝ่ายต่างๆ ร่วมลงทุนในโครงการเหล่านี้

GMS เป็นกรอบความร่วมมือระหว่าง 6 ประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ได้แก่ กัมพูชา สปป.ลาว จีน (มณฑลยูนนานและเขตฯ กว่างซีจ้วง) เมียนมาร์ ไทย และเวียดนาม ริเริ่มขึ้นในปี 2535 โดยการผลักดันของ 6 ประเทศและธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank - ADB) เพื่อจัดทำกรอบแผนยุทธศาสตร์พัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในลักษณะเกื้อกูลกัน บนพื้นฐานของความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบของแต่ละประเทศ โดยใช้การสนับสนุนทั้งทางการเงินและทางวิชาการจาก ADBเป็นตัวขับเคลื่อนการพัฒนาอนุภูมิภาค เริ่มจากการเชื่อมโยงโครงข่ายระบบโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะเส้นทางคมนาคมขนส่งและพลังงาน

ภายหลังวิกฤตเศรษฐกิจในเอเชียตะวันออกเมื่อ 2540-2541 ประเทศสมาชิก GMS ได้เพิ่มจุดเน้นความร่วมมือภายใต้ยุทธศาสตร์3Cs– Connectivity Competitiveness Communityโดยเน้นการพัฒนาตามระเบียงเศรษฐกิจ (Economic Corridor) 3 แนว ได้แก่ หนึ่ง แนวเหนือ-ใต้ เชื่อมโยงไทย-พม่า/ลาว-จีน สอง แนวตะวันออก-ตะวันตก เชื่อมโยงพม่า-ไทย-ลาว-เวียดนาม และ สาม แนวตอนใต้ เชื่อมโยงไทย-กัมพูชา-เวียดนาม

 

รูปภาพประกอบ

รูปภาพประกอบ