BoI นำทัพผู้ประกอบการภาคใต้ศึกษาลู่ทางทำธุรกิจตามเส้นทางถนนที่เชื่อมภาคอีสานไทยกับจีนตอนใต้ สถานกงสุลใหญ่ฯ แนะกลเม็ดในการบุกตลาดกว่างซี

BoI นำทัพผู้ประกอบการภาคใต้ศึกษาลู่ทางทำธุรกิจตามเส้นทางถนนที่เชื่อมภาคอีสานไทยกับจีนตอนใต้ สถานกงสุลใหญ่ฯ แนะกลเม็ดในการบุกตลาดกว่างซี

วันที่นำเข้าข้อมูล 16 มิ.ย. 2555

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 5 พ.ย. 2562

| 1,677 view

เมื่อวันที่ 6 พ.ค. 2555 สถานกงสุลใหญ่ ณ นครหนานหนิง ได้ให้การต้อนรับคณะนักธุรกิจจากสุราษฎร์ธานีและจังหวัดใกล้เคียง กว่า 30 คน ซึ่งเดินทางมาศึกษาข้อเท็จจริง ศักยภาพและโอกาสในการประกอบธุรกิจที่กว่างซี (เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง) ภายใต้การนำของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนแห่งประเทศไทย (BoI) สำนักงานภาคใต้  


"ข้อได้เปรียบที่สำคัญของกว่างซี คือ การได้รับการกำหนดจากรัฐบาลกลางของจีนให้เป็นประตูสู่อาเซียน" นางจิตราภรณ์ อาภรณ์รัตน์ กงสุลใหญ่ ณ นครหนานหนิง ให้ข้อมูล 


"รัฐบาลของกว่างซีจึงได้ดำเนินกิจกรรมต่างๆ และสร้างศูนย์กระจายสินค้าจีน-อาเซียนขึ้นหลายแห่ง อาทิ การจัดมหกรรมแสดงสินค้าจีน-อาเซียนเป็นประจำทุกปี และการตั้งตลาดค้าส่งผลไม้ Hi-Green และศูนย์การค้าจีน-อาเซียน South City เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจระหว่างจีนกับประเทศสมาชิกอาเซียน รวมถึงไทย" นายโกศล สถิตธรรมจิตร กงสุล สถานกงสุลใหญ่ฯ กล่าวเสริม


“อย่างไรก็ดี การจะบุกเข้าตลาดจีน โดยใช้กว่างซีเป็นสะพาน ควรต้องพิจารณาข้อมูลด้านต่างๆ อย่างรอบด้าน โดยเฉพาะการวางแผนและศึกษาข้อมูลทางเศรษฐกิจเชิงลึกของแต่ละมณฑลของจีน ซึ่งมีระดับการพัฒนา กำลังซื้อ และพฤติกรรมการบริโภคที่แตกต่างกัน ทั้งนี้ โดยผู้ประกอบการอาจทดลองตลาดโดยการเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการค้าและการลงทุนต่างๆ อาทิ งานแสดงสินค้าหรือการเจรจาจับคู่ธุรกิจ” นายโกศลฯ ให้คำแนะนำเพิ่มเติม 


       "หากวัดจากตัวเลขการค้าระหว่างอาเซียนกับกว่างซี รวมถึงระหว่างไทยกับกว่างซี แม้ว่ากว่างซีจะ(ยัง)ไม่ใช่ประตูสู่อาเซียนอย่างแท้จริง แต่ก็มีศักยภาพที่จะเป็นได้ไม่ยาก หากผู้ประกอบการสนใจที่จะมาลงทุนที่กว่างซี หรือต้องการข้อมูลพื้นฐานด้านเศรษฐกิจในเรื่องใดๆ เพิ่มเติม สามารถติดต่อมาได้ที่ 'ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในจีน' ([email protected]) ซึ่งจัดตั้งขึ้นโดยกระทรวงการต่างประเทศไทย เพื่อให้บริการข้อมูลเชิงลึกด้านเศรษฐกิจของจีนเป็นรายมณฑล และให้คำปรึกษาในการทำธุรกิจกับจีน นายโกศลฯ กล่าวสรุป 


       ในการเดินทางมายังกว่างซีครั้งนี้ คณะผู้ประกอบการฯ เดินทางโดยรถยนต์จากจังหวัดนครพนม (สะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 3) ผ่านลาวและเวียดนาม มาเข้าจีนทางด่านโหยวอี้ อำเภอผิงเสียง เมืองฉงจั่ว เขตฯ กว่างซีจ้วง  โดยใช้เวลาเดินทางและดำเนินกิจกรรมต่างๆ รวม 8 วัน


       ผู้ประกอบการที่เดินทางมาด้วยอยู่ในภาคอุตสาหกรรมการผลิตยางพารา ผลิตภัณฑ์ไม้ยางพารา พลาสติก แปรรูปสินค้าเกษตร น้ำมันปาล์มและอาหารสำเร็จรูป ตลอดจนผู้ประกอบการด้านโลจิสติกส์ ท่องเที่ยว และค้าขายอุปกรณ์ก่อสร้าง 


       กว่างซีถือเป็นมณฑลเดียวจากทั้งหมด 34 เขตการปกครองของจีน ที่มีเส้นทางเชื่อมต่อกับอาเซียนทั้งทางบก (เส้นทาง R8 R9 และ R12) ทางทะเล (ท่าเรือชินโจว เป๋ยไห่ และฝางเฉิงก่าง) และทางอากาศ

รูปภาพประกอบ

รูปภาพประกอบ