วันที่นำเข้าข้อมูล 28 พ.ย. 2555
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 5 พ.ย. 2562
เมื่อวันที่ 22-24 พฤศจิกายน 2555 นางจิตราภรณ์ อาภรณ์รัตน์ กงสุลใหญ่ ณ นครหนานหนิง ได้เดินทางไปเยือนเมืองเฮ่อโจว เขตฯ กว่างซีจ้วง เพื่อศึกษาและดูงาน อันเป็นไปตามคำเชิญของเทศบาลเมืองเฮ่อโจว
กงสุลใหญ่ฯ ได้ใช้โอกาสนี้หารือกับคณะผู้บริหารของเมืองเฮ่อโจว สำรวจศักยภาพทางเศรษฐกิจ สภาพแวดล้อมด้านการลงทุน และสถานที่สำคัญด้านการท่องเที่ยว ตลอดจนเยี่ยมชมและหารือกับผู้บริหารและนักเรียนไทยที่วิทยาลัยเฮ่อโจว
เมืองเฮ่อโจว ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเขตฯ กว่างซีจ้วง มีพื้นที่ประมาณ 11,855 ตร.กม. และประชากรราว 2.23 ล้านคน เป็นเมืองเกษตรดั้งเดิม มีทรัพยากรธรรมชาติและป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ โดยได้ชื่อว่าเป็นแหล่งแร่ดีบุกที่สำคัญของจีน มีปริมาณคิดเป็นสัดส่วน 1 ใน 3 ของดีบุกที่จีนส่งออก
นอกจากนี้ เฮ่อโจวยังถือเป็นเมืองท่องเที่ยวรุ่นใหม่ที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญหลายแห่ง ทั้งทางด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธรรมชาติ อาทิ เมืองโบราณหวงเหยา อุทยานป่าไม้กูโผซาน บ่อน้ำพุร้อน และสวนส้มนาเวลฟู่ชวน เป็นต้น
ในการหารือกับกงสุลใหญ่ฯ นายเผิง เสี่ยว ชุน เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีน ประจำเมืองเฮ่อโจว ให้ข้อมูลเกี่ยวกับทิศทางการพัฒนาเมืองเฮ่อโจว ภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 5 ปี ฉบับที่ 12 ของเมือง (ปี ค.ศ. 2011-2015) ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่ง อาทิ เส้นทางรถไฟ รถไฟความเร็วสูง และเส้นทางถนนทางด่วน รวมถึงแผนการสร้างสนามบินแห่งแรกของเมือง เพื่อยกระดับให้เฮ่อโจวเป็นศูนย์กลางเชื่อมกว่างซีเข้ากับอีก 3 มณฑลรอบข้าง คือ กุ้ยโจว กวางตุ้ง และฝูเจี้ยน
นอกจากนี้ เลขาธิการพรรคฯ ยังได้แสดงความสนใจที่จะเสริมสร้างความร่วมมือกับไทยในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร
ในการหารือกับผู้บริหารวิทยาลัยเฮ่อโจว กงสุลใหญ่ฯ ได้รับทราบว่า วิทยาลัยฯ มีการแลกเปลี่ยนนักศึกษาและคณาจารย์กับสถาบันการศึกษาของไทยอย่างต่อเนื่อง และกำลังขยายความร่วมมือเกี่ยวกับการส่งนักศึกษาของวิทยาลัยฯ ไปศึกษาต่อในระดับปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ
วิทยาลัยเฮ่อโจว จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2486ภายใต้ชื่อ “โรงเรียนครูอาชีวะศึกษาเฮ่อโจว” ก่อนจะได้รับการยกระดับเป็นวิทยาลัยในปี2549 วิทยาลัยฯ เปิดการเรียนการสอนวิชาภาษาไทยเป็นวิชาเลือกตั้งแต่ปี2551
ปัจจุบันวิทยาลัยฯ มีนักเรียนไทยศึกษาอยู่กว่า 20 คน ทั้งหมดเป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งมาเรียนภายใต้โครงการแลกเปลี่ยนเป็นระยะเวลา 1 ปี
รูปภาพประกอบ